Hot Products

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

การทำงานในที่อับอากาศ

นับได้ว่าอันตรายที่เกิดขึ้นจากการทำงานในสถานที่อับอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเพื่อเข้าไปตรวจสอบ, ซ่อมบำรุง หรือทำความสะอาดอุปกรณ์ภายในต่างๆ นั้น อาจทำให้ผู้ที่เข้าไปปฏิบัติงานได้รับบาดเจ็บ, เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตได้ถ้าขาดความระมัดระวัง หรือการป้องกันที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล ดังนั้นเรามาดูรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการความปลอดภัยในการทำงานในพื้นที่อับอากาศที่ถูกต้อง กันดีกว่าค่ะ

ที่อับอากาศคือ?
ที่อับอากาศ หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจำกัด และมีการระบายอากาศไม่เพียงพอที่จะทำให้อากาศภายในอยู่ในสภาพที่ถูก สุขลักษณะและปลอดภัย ซึ่งอาจเป็นที่สะสมของสารเคมีเป็นพิษ สารไวไฟ รวมทั้งออกซิเจนไม่เพียงพอ ตัวอย่างของสถานที่อับอากาศ - ถังน้ำมัน - ถังหมัก - ไซโล - ท่อ - เตา - ถัง - บ่อ - ห้องใต้ดิน - ภาชนะหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกัน 

อันตรายจากการทำงานในสถานที่อับอากาศ?
อันตรายจากการทำงานในสถานที่อับอากาศแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ

  1. การขาดออกซิเจน สาเหตุใหญ่ของการตายในสถานที่อับอากาศ คือ ขาดออกซิเจนในการหายใจ หมายถึง ปริมาณออกซิเจนในสถานที่อับอากาศนั้นน้อยกว่า 19.5 Vol.%  หรือมากกว่า 23.5 Vol.% สาเหตุเกิดจากมีการติดไฟ หรือการระเบิด ไฟจะใช้ออกซิเจน เพื่อการลุกไหม้ การแทนที่ออกซิเจนด้วยก๊าซอื่น เช่น มีเทน, คาร์บอนไดออกไซด์, ไนโตรเจน เป็นต้น เกิดการกัดกร่อน หรือการเกิดสนิม เหล็กใช้ออกซิเจนจากอากาศไปในการเกิดสนิม และการที่ออกซิเจนถูกใช้ไปในปฏิกิริยาหมัก
  2. ปฏิกิริยาการเผาไหม้ สาเหตุสำคัญของการตายในสถานที่อับอากาศอีกสาเหตุหนึ่งคือ การเกิดไฟ และการระเบิด โดยมีก๊าซ, ไอ, ละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินกว่าร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิด ได้ (Lower Flammable Limit หรือ Lower Explosive Limit)  และมีฝุ่นที่ทำให้ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้มขั้นต่ำของสารเคมีแต่ ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LEL) สิ่งก่อเหตุคือ สารเคมี สี ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม สารทำละลาย หรือวัตถุจากธรรมชาติ สามารถทำให้เกิดการระเบิดได้ ไอหรือก๊าซที่ทำให้เกิดเปลวไฟ ในสถานที่อับอากาศสามารถเกิดประกายไฟขึ้นได้ จากการกระทำดังนี้ การเกิดไฟฟ้าช็อต การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ป้องกันการเกิดประกายไฟ การขัด การสูบบุหรี่ การเชื่อมโลหะ
  3. สารพิษ เป็นอันตรายเมื่อมีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานในการ บริหารและจัดการด้านความ ปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย  สารพิษหลายชนิดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ หรือได้กลิ่น สามารถทำให้เกิดอันตรายใหญ่ๆ ได้ 2 แบบ ในสถานที่อับอากาศ คือ การระคายเคือง ถึงแม้จะมีสารพิษเพียงเล็กน้อย แต่ก็อาจมีผลกับระบบทางเดินหายใจ หรือระบบประสาทและฆ่าคุณได้  การขาดออกซิเจนจากสารเคมี เมื่อ สารเคมีเป็นสารพิษเข้าสู่ร่างกาย สามารถไปหยุดการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หรือนำไปสู่ปอด และทำให้ร่างกายคุณขาดออกซิเจน เกิดอาการปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน คลื่นไส้  ก๊าซพิษที่ทำให้เกิดอันตรายในสถานที่อับอากาศบ่อยๆ คือ คาร์บอนมอนนอกไซด์ เกิดจากการเผาไหม้ สามารถทำให้ตายได้ โดยการเข้าไปแทนที่ออกซิเจนในเลือด ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มีกลิ่นเหม็น และมีพิษ แม้จะมีจำนวนเพียงเล็กน้อย ไฮโดรเจนซัลไฟด์ เกิดในขบวนการอุตสาหกรรม สามารถทำให้หยุดการหายใจ ถ้าเข้าไปในร่างกาย
  4. อันตรายทางกายภาพ ส่วนของเครื่องจักรที่เคลื่อนไหว ถ้าอยู่ในสถานที่อับอากาศยิ่งจะมีอันตรายมาก ส่วนของเครื่องจักรที่เคลื่อนไหวจะต้องถูกล็อคใส่กุญแจ และแขวนป้ายก่อนที่จะเข้าไปทำงานในบริเวณนั้น วาวล์หรือท่อ ทำให้เกิดอันตราย ถ้ามีก๊าซ หรือของเหลวไหลผ่านอาจทำให้เกิดการระเบิด จมน้ำ เกิดพิษ หรือ น้ำร้อนลวก ฯลฯ  การถูกดูดจม จะเกิดที่ไซโลที่เก็บเมล็ดพืชผล การขึ้นไปเดินบนเมล็ดพืชผลนั้น อาจทำให้ล้มลงและดูดจมลงไปในเมล็ดพืชผลนั้น เกิดการขาดอากาศหายใจ เสียงดัง ทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินแบบถาวร หรือถึงแม้จะเป็นการชั่วคราวก็จะทำให้ไม่สามารถได้ยินเสียงที่จะบอกทิศทาง ที่สำคัญ หรือการระวังอันตราย  ตกจากที่สูง ในสถานที่อับอากาศ เมื่อมีปริมาณออกซิเจน หรือก๊าซพิษ คนทำงานเกิดอาการขาดออกซิเจน เกิดพิษหรือการแกว่างไปมาของบันไดที่ใช้ปีนทำงานแล้วตกลงสู่เบื้องล่าง  ไฟฟ้าดูด ขณะทำงานอาจพลาดไปจับส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟรั่วไหลเกิดการดูด ช็อต  ความร้อน สามารถเกิดได้รวดเร็วในสถานที่อับอากาศ ทำให้เกิดการเสียเหงื่อมากจนถึงขั้นวิงเวียนหน้ามืด (Heat Stroke) ได้ แสงจ้า มีการทำงานในสถานที่อับอากาศโดยมีการเชื่อมโลหะ ถ้ามองดูแสงจ้านั้นด้วยตาเปล่าจะเกิดอันตรายกับดวงตา
หลักปฏิบัติเมื่อทำงานในสถานที่อับอากาศ
เพื่อ ความปลอดภัยสำหรับการทำงานในสถานที่อับอากาศ นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามรายละเอียดต่อไปนี้ ก่อนอนุญาตให้ลูกจ้างปฎิบัติงานในสถานที่อับอากาศ
  • ต้องมีการตรวจสอบปริมาณออกซิเจน สารเคมีและสิ่งปนเปื้อนในสถานที่อับอากาศว่าจะทำให้เกิดการขาดออกซิเจน การระเบิดและการเป็นพิษหรือไม่ และเก็บบันทึกผลการตรวจไว้ให้เจ้าหน้าที่แรงงานสามารถตรวจสอบได้
  • ให้ทำการระบายอากาศให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ถ้าตรวจสอบพบว่ามีปริมาณออกซิเจน ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 โดยปริมาตร หรือสารเคมีที่ติดไฟได้ในปริมาณเข้มข้นกว่าร้อยละ 20 ของความเข้มข้นต่ำสุด ที่จะติดไฟหรือระเบิดได้ หรือสารเคมีอื่นๆ ที่อยู่ในระดับเกินกว่าค่าความปลอดภัยที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย
  • นายจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ช่วยหายใจ เข็มขัดนิรภัย สายชูชีพ และอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยอื่นๆ ที่เหมาะสมกับสภาพการทำงานตามมาตรฐานกรมแรงงานยอมรับให้ลูกจ้างใช้
  • ต้องจัดให้มีใบอนุญาต ให้ลูกจ้างเข้าทำงานในที่อับอากาศทุกครั้ง ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

ข้อกำหนดที่นายจ้างต้องปฏิบัติระหว่างที่อนุญาตให้มีการทำงานในสถานที่อับอากาศ
  • ต้องตรวจสอบสภาพอากาศเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกินมาตรฐาน ต้องขจัดหรือระบายอากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
  • จัดให้มีคนช่วยเหลือ หรือผู้ที่ผ่านการอบรมช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย คอยดูแล และเฝ้าที่ปากทางเข้า - ออกสถานที่อับอากาศ ตลอดเวลาและสามารถติดต่อสื่อสารกับลูกจ้างที่ทำงานในสถานที่อับอากาศได้ พร้อมมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่เหมาะสมตามลักษณะของงาน และคอยให้ความช่วยเหลือลูกจ้างได้ทันทีตลอดเวลาการทำงาน
  • อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ประกอบที่ใช้ในสถานที่อับอากาศ ต้องเป็นชนิดที่สามารถป้องกัน ความร้อน ฝุ่น การระเบิด การลุกไหม้ และไฟฟ้าลัดวงจรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องจัดให้มีการเดินสายไฟฟ้าในสถานที่อับอากาศด้วยวิธีที่ปลอดภัย
  • นายจ้างต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ เช่น วางแผนปฏิบัติงาน และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และอบรมสอนงาน ควบคุมดูแลให้ ลูกจ้างใช้ตรวจตรา เครื่องป้องกันและอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย ที่ให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะทำงาน
  • ให้นายจ้างกำหนดข้อห้าม และควบคุมต่างๆ เช่น ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามก่อไฟ ห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าไป ถ้าเป็นช่องโพรง ต้องปิดกั้นไม่ให้คนตกลงไป และจัดให้มีป้ายแจ้งข้อความ "บริเวณอันตรายห้ามเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต" ปิดประกาศไว้ในบริเวณสถานที่อับอากาศซึ่งมองเห็นชัดอยู่ตลอดเวลา
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง : กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2547

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ::
แผนก Instrument : บริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัด
Tel. (02) 717 3455, 319 1400 (Auto)
Fax : (02) 319 1800
เครื่องมือสอบเทียบความดันแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดในการสอบเทียบในระบบนิวแมติก

PACE Series Modular Pressure Controller

PACE Series Modular Pressure Controller/Indicator

The PACE Series pneumatic pressure controller brings together the latest control and measurement technology to offer an elegant and economical solution to pressure controlfor production, test and calibration.

It employs full digital control to provide high control stability and high slew rate, while its digitally characterized pressure sensor offers the quality, stability, higher bandwidth and precision associated with this latest generation of piezo-resistive devices.

Feature
  • Selection of Chassis and interchangeable control modules
  • Single, dual or auto range control module configurations
  • High speed pressure control
  • Up to 210 bar (3000 psi/21 MPa) gauge & absolute
  • Choice of precision up to 0.005% Rdg +0.005% FS
  • Long-term stability up to 0.01% rdg per annum
  • Barometric reference option
  • Utilises GE’s new unique range of piezo-resistive & resonant pressure sensor technology
  • 28 selectable pressure units and 4 user defined units
  • Switch Test, Leak Test, Test Program, Burst Test, Analogue output and Volt Free Contact options
  • Aeronautical option
  • Negative gauge calibration included as standard
  • High resolution colour touch screen operation
  • Intuitive icon task driven menu structure
  • Compatible with software packages
  • RS232, IEEE connectivity, Ethernet and USB as standard
Applications

Automatic test and calibration of pressure recorders, indicators, switches and transmitters.
  • Instrument workshops
  • Services companies
  • Laboratories
  • Automotive test cells
  • Manufacturing
  • Burst testing 
 ------------------------------------------------------------------------------------------------------ 
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ::
แผนก Instrument : บริษัท เอส.ที. คอนโทรล จำกัด
Tel. (02) 717 3455, 319 1400 (Auto)
Fax : (02) 319 1800
Website : http://www.stcontrol.com

GMI Launches New Confined Space Gas Detector

Scottish based Gas Measurement Instruments Ltd (GMI), a long established manufacturer of gas detection equipment, has launched its new Personal Surveyor (PS200 Series) product range.

This state of the art multi-gas detector will be sold internationally to the industrial safety, shipping and utility markets.

The PS200 is a small yet extremely robust, four gas detector that will detect flammable, oxygen, hydrogen sulphide and carbon monoxide gases.

This instrument has been specially designed to be easy to use, yet incorporate modern pcb, sensor and battery technologies.  Extra loud audible, bright visual and vibrating alarms are designed to keep workers safe when working in confined spaces.

This new portable detector can be bump tested and calibrated automatically ensuring worker safety, corporate compliance, instrument accuracy and record keeping.  The bump test and calibration station is available in standalone, PC and networked versions.

Founded in 1947, GMI is a world leader in the design and manufacture of high quality and innovative products, specifically designed for the oil and gas, chemical and shipping industries world-wide.  GMI continues to invest heavily in research and development, a high percentage of which is spent on the development of state of the art instruments and new sensing technologies. 

------------------------------------------------------------------------------------------------------
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ::

แผนก Instrument : บริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัด
Tel. (02) 717 3455, 319 1400
Fax : (02) 319 1800
Website : http://www.stcontrol.com

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ข่าวประชาสัมพันธ์ด่วนจาก S.T.Control



ประกาศด่วน!!! เนื่องจากเกิดเหตุการณ์อุทกภัยขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดความไม่สะดวกต่อการเดินทางและเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า
ทางบริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัดแจ้งเลื่อนการอบรมทางเทคนิคเรื่อง...
“การเขียนโปรแกรมสำหรับหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส และการประยุกต์ในระบบอัตโนมัติ”
ในวันที่ 27 ตุลาคม 2554 เวลา 09.00-17.00 ณ โรงแรมสระบุรี อินน์ ห้องบุสราคัม

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

มาประหยัดพลังงานไปกับ Fuji Inverter กันเถอะ....


เดิมทีมอเตอร์นั้นต้องทำงานด้วยความเร็วที่คงที่ตลอดเวลา ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมกับโหลดที่ใช้งานจริง จึงทำให้จะต้องมีการประยุกต์นำอินเวอร์เตอร์ (Inverter) มาใช้งาน จึงทำให้จะต้องมีการประยุกต์นำอินเวอร์เตอร์ (Inverter) มาใช้งานกับโหลดให้เหมาะสม โดยที่สามารถปรับความเร็วรอบของมอเตอร์ให้แปรผันกับโหลดที่ใช้งานจริง ซึ่งนั้นก็เป็นการลดพลังงานนั้นเอง


ซึ่งบริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัด เป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการของ Inverter ยี่ห้อ  Fuji Electric ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ส่ง Inverter รุ่นต่างๆ เข้าร่วมทดสอบเพื่อรับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงภาย ใต้โครงการส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานของกรม พัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

ซึ่งปรากฎว่า Inverter ยี่ห้อ Fuji Electric ได้รับการรับรองว่าผ่านการทดสอบและได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ถึง 51 รุ่นเลยทีเดียว โดยคุณลักษณะเฉพาะจะต้องมีค่าประสิทธิภาพ มากกว่าหรือเท่ากับ ร้อยละ 95 ตามมาตรฐานการทดสอบ IEC 61800 - 2  (ที่มา http://www.energy-tax.com)


บริษัทฯ ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยคุณประหยัดพลังงานได้มากกว่าด้วย FRENIC-HVAC Series
คุณสมบัติเด่น ได้แก่
  • ออกแบบมาเพื่อใช้งาน HVAC โดยเฉพาะพร้อมฟังก์ชั่นการประหยัดพลังงานสูงสุด
  • หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ใช้งานง่าย พร้อมด้วย USB port
  • มี Real time Clock ในตัวสามารถกำหนดวันหยุดพิเศษได้ในตัว พร้อมแจ้งวัน-เวลาที่เครื่องมีปัญหา
  • สามารถปรับ Input Sensor แบบ Pt100 ได้โดยตรง
  • มีฟังก์ชั่นการตรวจสอบการขาดน้ำในระบบ เพื่อป้องกันความเสียหายของปั้ม
  • รองรับการสื่อสารหลากหลาย เช่น BACnet, Metasys N2, LONWORKS, Ethernet, CC-Link และ CANopen


FRENIC-Eco Series สำหรับ Inverter รุ่นนี้ถูกออกแบบให้สามารถใช้ในงานพัดลม และปั๊มน้ำโดยเฉพาะ โดยมีคุณสมบัติเด่นต่างๆ ดังนี้
  • ได้รับการออกแบบ เพื่อใช้ในงาน HVAC โดยเฉพาะ Tripless Operation, Low Torque Detection และ  Full PID Control New
  • Energy-Saving Function ช่วยให้คุณประหยัดพลังงานได้สูงสุด
  • มีให้เลือกใช้งานหลากหลายรุ่น รวมทั้ง  IP54
  • อายุการใช้งานของ Main Circuit Capacitor และ Cooling Fan ยาวนานถึง 10 ปี
  • สามารถรองรับการสื่อสารแบบ RS485, Device Net, LonWork, Modbus Profibus-DP และ CC-Link
และข่าวดี!!! สำหรับลูกค้าทุกท่านและผู้ประกอบการทุกท่าน เมื่อเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานนั้น สามารถขอรับสิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 45%  ซึ่งโครงการนี้ได้ขยายเวลาจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2012 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ http://www.energy-tax.com

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ::
แผนก Automation : บริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัด
Tel. (02) 717 3455, 319 1400 
Fax : (02) 319 1800
Website : http://www.stcontrol.com


(บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ห้ามไม่ให้มีการคัดลอกข้อความบางส่วน หรือทั้งหมดไปใช้ในเว็บไซต์อื่น
โดยมิได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากบริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัด)

การประยุกต์ใช้หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส (ทัชสกรีน) สำหรับระบบควบอัตโนมัติ

ปัจจุบันระบบควบคุมการผลิตแบบอัตโนมัติได้เข้ามามีบทบาทในกระบวนการผลิตอย่างแพร่หลาย ทั้งในโรงงานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ไปจนถึงโรงงานขนาดเล็ก หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส (ทัชสกรีน) ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะเห็นว่าเครื่องแต่ละเครื่องมักจะมีหน้าจอแสดงผลดังกล่าวติดมาด้วยเสมอ ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก เป็นหน้าจอขาว-ดำ หรือหน้าจอสีบ้างแตกต่างกันไปตามความต้องการใช้งาน

หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส “MONITOUCH V8” เป็นอีกหนึ่งสายผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิ์ภาพการทำงานสูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันไปอาจกล่าวโดยสรุปได้ ดังนี้

1) Graphic User Interface
เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลเชิงรูปภาพเป็นการง่ายแก่การเข้าใจของผู้ใช้งาน ทั้งนี้มักประกอบไปด้วย 2 วัตถุประสงค์คือ Monitoring และ/หรือ Controlling
  • Monitoring : สามารถใช้ภาพสัญลักษณ์หรือภาพถ่ายของเครื่องจักรหรืออุปกรณ์จริงเพื่อให้สามารถ เข้าใจได้ทันที เนื่องจากผู้ใช้งานมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว
  • Controlling : สามารถออกแบบให้รับคำสั่งผ่านหน้าจอแสดงผลโดยการสัมผัส ตามลำดับขั้นตอนการทำงาน เพื่อเป็นการสะดวกรวดเร็วทั้งยังช่วยป้องกันความผิดพลาดจากผู้ปฏิบัติงานได้
ตัวอย่างการใช้สัญลักษณ์
ตัวอย่างการใช้ภาพถ่ายหรือไฟล์รูปภาพ

2) Alarm เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้สำหรับแจ้งเตือนถึงสภาวะการทำงานที่ผิดปกติ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาทำการแก้ไขให้กลับมาสามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับแผนกซ่อมบำรุง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบรายละเอียดของสัญญาณผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วที่สุด
ตัวอย่าง Alarm Function

3) Trend Sampling เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้สำหรับเก็บและแสดงค่าของข้อมูลที่เราสนใจและต้องการบันทึกไว้ เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อไป
ตัวอย่าง Trend Sampling (Graph Display)

ตัวอย่าง Trend Sampling (Bar Graph Display)


4) Recipe เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้ในการตั้งค่าหรือเปลี่ยนแปลงค่าของพารามิเตอร์ต่างๆ สำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ ทำให้การเลือกสูตรผลิตภัณฑ์มีความสะดวกรวดเร็ว ทั้งยังช่วยลดข้อผิดพลาดต่างๆ ให้ลดลง
ตัวอย่าง Recipe

5) Security เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้สำหรับจำกัดสิทธิ์ในการใช้งาน โดยเฉพาะการสั่งการคำสั่งสำคัญๆ หรือการตั่งค่าเครื่องจักร ซึ่งอนุญาตเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

6) Macro (Functional) เป็นการเขียนฟังก์ชั่นบนทัชสกีน เพื่อให้โอเปอร์เรเตอร์ใช้งานเครื่องที่มีความซับซ้อนได้ง่ายขึ้น ทั้งยังรองรับการคำนวณต่างๆเช่น ฟังก์ชั่นตรีโกณมิติ (SIN, COS, TAN) เป็นต้น
ในการนำหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสมาประยุกต์ใช้งานนั้นสิ่งสำคัญที่ขาดเสียมิ ได้ก็คือการสื่อสาร ทั้งนี้เนื่องมาจากเครื่องจักรหรือสายการผลิตมักจะถูกควบคุมด้วย PLC หรืออุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ เช่น Temperature Controller, Inverter, Servo เป็นต้น โดยจะทำการเชื่อมต่อทางพอร์ทสื่อสารซึ่งอาจจะเป็นแบบ Serial (RS232/RS422/RS485) หรือแบบ Ethernet
ตัวอย่างการเชื่อมต่อทาง Serial Ports
ตัวอย่างการเชื่อมต่อทาง Ethernet Ports
มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันด้วยโปรโตคอ ลหรือไดรเวอร์ ทั้งนี้จะต้องทำการตั้งค่าคุณสมบัติของการสื่อสารระหว่างทัชสกรีนกับ PLC หรืออุปกรณ์ควบคุมให้มีค่าตรงกันด้วย เช่น Baud Rate (Speed), Data Length, Stop Bit, Parity, เป็นต้น
ตัวอย่างการเลือก Protocol/Driver และการตั้งค่าคุณสมบัติการสื่อสาร


ในกรณีการสื่อสารแบบ Serial จะต้องทำสายให้ตรงตาม Diagram ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ Protocol/Driver และชนิดของสายสื่อสาร RS232 หรือ RS422 หรือ RS485 โดยจะมีรูปแบบการเดินสายไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างการทำสายสื่อสาร


เพียงเท่านี้ก็สามารถทำการออกแบบหน้าจอแสดงผล เพื่อนำไปประยุกต์ใช้งานให้เหมาะสมและสอดคล้องกับระบบ และเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับระบบได้แล้วล่ะค่ะ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ::
แผนก Automation : บริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัด
Tel. (02) 717 3455, 319 1400 
Fax : (02) 319 1800

(บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ห้ามไม่ให้มีการคัดลอกข้อความบางส่วน หรือทั้งหมดไปใช้ในเว็บไซต์อื่น
โดยมิได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากบริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัด)

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

มารู้จักกับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงกัน

เนื่องจากกระทรวงพลังงานมีนโยบายให้ส่งเสริมให้มีการติดฉลากวัสดุอุปกรณ์ ประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งให้มีการกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานขั้นต่ำ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์พลังงาน

 
จากรายงานการใช้พลังงานของประเทศ ปรากฏว่ามีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยสาเหตุหนึ่ง คือ การใช้อุปกรณ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ อันเนื่องมาจากการขาดความรู้ ความเข้าใจในการเลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้งานอย่างเหมาะสม การรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนผู้บริโภคในการเลือกซื้ออุปกรณ์ที่มี ประสิทธิภาพสูง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อลดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงานของผู้บริโภค และยังสามารถชะลอการลงทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและลดการนำเข้าพลังงานจาก ต่างประเทศ อันจะส่งผลถึงเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานของประเทศตามยุทธศาสตร์ของกระทรวง พลังงานนั้นเอง

สำหรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขการพิจารณาวัสดุ, อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานภายใต้โครงการขอรับสิทธิ ประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้จากกรมสรรพากรนั้น ณ.ที่นี้จะขอนำเสนอเพียงอุปกรณ์ปรับความเร็วรอบมอเตอร์เพียงอย่างเดียว

โดยต้องเป็นอุปกรณ์ปรับความเร็วรอบมอเตอร์ต้องมีเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
 

เป็นอุปกรณ์ปรับความเร็วรอบมอเตอร์ที่ ได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง** ภายใต้โครงการส่งเสริมเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
เป็นอุปกรณ์ปรับความเร็วรอบมอเตอร์ที่มีคุณลักษณะเฉพาะผ่านเกณฑ์ ดังนี้

คุณลักษณะเฉพาะ     เกณฑ์การพิจารณา     มาตรฐานการทดสอบ
ค่าประสิทธิภาพ     มากกว่า หรือ เท่ากับ ร้อยละ 95     IEC 61800 - 2
               

ซึ่งบริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัด เป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการของ Inverter ยี่ห้อ Fuji Electric ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ส่ง Inverter รุ่นต่างๆ เข้าร่วมทดสอบ เพื่อรับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงภายใต้โครงการส่งเสริมเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุอุปกรณ์ เพื่อการอนุรักษ์พลังงานของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

ซึ่งปรากฎว่า Inverter ยี่ห้อ Fuji Electric ได้รับการรับรองว่าผ่านการทดสอบและได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ถึง 51 รุ่น ส่วนจะเป็น Inverter รุ่นไหนบ้างติดตามต่อคราวหน้านะคะ

                   

            อ้างอิง http://www.energy-tax.com

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
แผนก Automation บริษัท เอส.ที.คอนโทรล จำกัด
Tel. : 02 717 3455 (Auto)
Fax : 02 717 3434
Website : www.stcontrol.com
Email : sales@stcontrol.com